Skip to content

โค้ดจดจำใบหน้าโผล่ในแอป Ray-Ban Meta จุดประเด็นความเป็นส่วนตัวอีกครั้ง

Facial recognition tech discovered in Meta smart glasses app years after 2021 shutdown

วงการเทคโนโลยีเจอประเด็นร้อนอีกแล้วครับท่านผู้อ่าน! ล่าสุดมีรายงานออกมาว่าแอปพลิเคชันคู่หูสำหรับแว่นตาอัจฉริยะของ Meta ที่คนใช้ Ray-Ban Meta กันอยู่เนี่ย มีโค้ดที่เกี่ยวข้องกับฟีเจอร์ การจดจำใบหน้า แฝงอยู่ แม้ว่าตอนนี้มันจะยังไม่ถูกเปิดใช้งานก็ตาม ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้มันก็ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกครั้งแหละนะ

ฟีเจอร์ “NameTag” ที่แอบซ่อนอยู่คืออะไร?

ตามข้อมูลที่นักวิจัยไปเจาะโค้ดมา ฟีเจอร์นี้ชื่อว่า “NameTag” ครับ ซึ่งถูกฝังอยู่ในแอป Meta AI มาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2026 โน่นเลยนะ ตัวแอปนี้ไม่ใช่แอปเฉพาะกลุ่มอะไรหรอกครับ แต่เป็นแอปที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้แว่นตาอัจฉริยะหลายรุ่นของ Meta รวมถึง Ray-Ban Meta ที่ฮิตกันอยู่ตอนนี้ด้วย มีคนดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 50 ล้านครั้งเลยทีเดียว

นักวิจัยอธิบายว่าโค้ดนี้สามารถใช้กล้องของแว่นตาเพื่อตรวจจับใบหน้า สร้างข้อมูลชีวมาตร (biometric identifiers) แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลที่เก็บไว้ในเครื่องของผู้ใช้มือถือได้เลย ถ้าเจอคนที่ตรงกัน ระบบก็จะแจ้งเตือนให้ผู้สวมใส่รู้ทันทีว่าคนนี้คือใคร ซึ่งพอได้ยินแบบนี้ หลายคนก็น่าจะรู้สึกกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ไม่ยากเลย

Meta กับประวัติ การจดจำใบหน้า ที่ไม่ค่อยสวยงามนัก

จริง ๆ แล้วเทคโนโลยี การจดจำใบหน้า เป็นประเด็นถกเถียงกันมานานในวงการเทคโนโลยีฝั่งผู้บริโภค และ Meta เองก็มีประวัติที่ค่อนข้างซับซ้อนกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยครับ ย้อนไปเมื่อปี 2021 Meta เคยประกาศยกเลิกระบบจดจำใบหน้าของ Facebook และลบข้อมูล faceprint ไปกว่าพันล้านชุด หลังจากโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดนตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล และสู้คดีมาหลายปี

ตอนนั้นก็มีเรื่องการจ่ายเงินชดเชยไปเยอะแยะเลยนะ ทั้ง 650 ล้านดอลลาร์ในรัฐอิลลินอยส์ และตามมาด้วย 1.4 พันล้านดอลลาร์ในรัฐเท็กซัส จากข้อกล่าวหาเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลชีวมาตร การค้นพบโค้ดใหม่ครั้งนี้เลยทำให้หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า Meta อาจจะยังคงสำรวจเทคโนโลยีคล้าย ๆ กันนี้อยู่ภายในองค์กรนั่นแหละ

Meta ชี้แจงว่ายังไงบ้าง?

แต่ทาง Meta ก็รีบออกมาบอกว่าอย่าเพิ่งตีความกันไปไกลครับ คุณ Ryan Daniels โฆษกของบริษัทบอกว่าโค้ดที่พบเป็นแค่การทดลองภายใน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่วางแผนจะเปิดตัวจริงจัง Meta ยืนยันว่ายังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย และบริษัทไม่ได้กำลังสร้างฐานข้อมูล การจดจำใบหน้า แบบรวมศูนย์แต่อย่างใด

เขายังบอกอีกว่าถ้า Meta ตัดสินใจจะนำฟีเจอร์แบบนี้มาให้ผู้บริโภคใช้จริง ๆ พวกเขาจะดำเนินการอย่างระมัดระวังและโปร่งใสแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้น รายงานนี้ก็คงจะจุดประเด็นถกเถียงที่จริง ๆ ก็ไม่เคยหายไปไหนกลับมาอีกครั้งนั่นแหละครับ

มุมมองจากเรา: สะท้อนอะไรในอนาคตของ AI และความเป็นส่วนตัว?

ส่วนตัวผมมองว่าประเด็นนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Meta ต้องเจอจริง ๆ นะครับ ระหว่างการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างแว่นตาอัจฉริยะที่มี AI เข้ามาช่วย กับการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน การที่มีโค้ดจดจำใบหน้าซ่อนอยู่ แม้จะบอกว่าเป็นแค่การทดลองภายใน ก็ย่อมทำให้ผู้ใช้งานหลายคนเกิดความไม่สบายใจได้อยู่แล้วแหละ เพราะเส้นแบ่งระหว่างความสะดวกสบายจาก AI กับการสอดส่องข้อมูลส่วนตัวมันช่างบางเหลือเกิน สำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ คงต้องจับตาดูให้ดีว่า Meta จะจัดการกับประเด็นนี้และเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีไปในทิศทางไหนกันแน่ครับ

ที่มา: gizmochina.com