SHARE

HIGHLIGHTS:

  • สปท. เห็นชอบ 141 เสียงควบคุมสื่อมวลชนให้มีการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อ และนับรวมเว็บไซต์ แฟนเพจ และสื่อออนไลน์อื่นๆ นับเป็นสื่อ
  • ยกเลิกใบอนุญาตการทำสื่อมาเป็นใบรับรองวิชาชีพสื่อ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีมติ 141 เสียงผ่านกฎหมายควบคุมสื่อมวลชน ซึ่งคำว่าสื่อจะครอบคลุมทั้งการทำงานของสื่อออนไลน์ และแฟนเพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก

ข่าว “สปท.” ก่อนหน้านี้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ชงเรื่องพิจารณาให้นักข่าว-สื่อออนไลน์ ต้องมีใบอนุญาต

วันนี้ (1 พ.ค.) สภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ มีประชุมการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนเพื่อเป็นมาตรฐานวิชาชีพ ก่อนที่จะมีมติ 141 เสียงผ่านข้อกฏหมาย โดยข้อกฏหมายดังกล่าว มีการปรับเปลี่ยนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน มาเป็นใบรับรองวิชาชีพสื่อ ซึ่งออกโดยองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ฉะนั้นจะไม่มีโทษจำคุกและโทษปรับตามการพิจารณาก่อนหน้านี้ (ตามลิงก์ข่าวด้านบน)

ทั้งนี้ในชั้นกรรมาธิการ เห็นควรว่า สภาวิชาชีพสื่อมวลชน จะต้องมีการกำกับดูแลกันเองทุกขั้นตอน และต้องมีประสิทธิภาพ โดยมีโควตาจากภาครัฐจำนวน 2 คน จากปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มีตัวแทนจากสื่อ 7 คน นอกนั้นคือ ผู้แทนผู้บริโภค และกรรมสิทธิ์มนุษยชน ดำรงตำแหน่ง 3 ปี แต่ช่วงจัดตั้งจะมี 13 คน ก่อนที่จะเพิ่มเป็น 15 คนภายหลัง

ที่น่าสนใจก็คือ ใบรับรองวิชาชีพสื่อ จะหมายรวมถึงการทำงานของสื่อออนไลน์ ทั้งจากเว็บไซต์ และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ซึ่งสปท. มองว่า การทำงานของสื่อออนไลน์อยู่ในข่ายของคำว่าสื่อมวลชน แม้จะไม่มีรายรับเป็นตัวเงินหรือไม่ก็ตาม

ข้อขัดแย้ง

อย่างไรก็ตามในที่ประชุม นายกษิต ภิรมย์ ตั้งข้อสังเกตว่า “ผม (นายกษิต) เป็นนักการเมือง หากเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ถือว่า เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนตาและต้องมีใบอนุญาติสื่อมวลชนหรือไม่” พร้อมยังบอกด้วยว่า ข้อกฎหมายดังกล่าวอาจตีขลุมรวมไปถึงบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่สื่อมวลชนได้เช่นกัน

นอกจากนี้นายคำนูณ สิทธิสมาน อภิปรายแสดงความเห็นว่า การที่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าร่วมด้วย อาจเป็นการแทรกแซงสื่อ และไม่เห็นด้วยกับการนิยามสื่อมวลชนในร่างกฎหมายกว้างเกินไป ซึ่งอาจกระทบต่อการแสดงความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่นอกวิชาชีพสื่อ

Comments

comments!