เคยสังเกตกันไหม? พอเข้าช่วงใกล้สิ้นปี หลายคนเริ่มรู้สึกหมดไฟ หรือรู้สึกว่าเป้าหมายใหญ่เบิ้มที่เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนต้นปีหล่นหายไปแบบงง ๆ บางคนก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง บางคนก็ทำไม่ได้เลย และน้อยคนที่จะมุ่งมั่นทำจนสำเร็จ เพราะกว่าจะผ่านเวลาหนึ่งปีไปได้ ถ้าไม่วอกแวกออกข้างทาง ก็สะดุดล้มท้อถอยไปซะก่อน หรือบางคนก็อาจโดนความกดดัน ความเหนื่อยล้า และปัญหาต่าง ๆ ทำให้ต้องพับโครงการเป้าหมายนั้นเก็บลงกล่อง รอ “เวลา” ที่จะพร้อมหยิบออกมาปัดฝุ่นอีกครั้งในวันที่มีโอกาส
แต่รู้ไหมว่า การรอให้ถึงวันที่ 1 มกราคมเพื่อเริ่มต้นใหม่อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะเมื่อเป็นวันขึ้นปีใหม่ เรามักจะเผลอตั้งความคาดหวังเอาไว้สูง และหลายคนก็มักจะตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ หรือเป้าหมายยาก ๆ เพื่อท้าทายตัวเองโดยคิดว่ามีเวลาเต็มที่ทั้งปี แต่ความคาดหวังนี้แหละที่จะทำให้เรารู้สึกกดดันและท้อเอาได้ง่าย ๆ ยิ่งพอคิดว่ามีเวลาอีกนาน ก็ยิ่งจะผ่อนปรนจนล้มเลิกไปกลางคัน และด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจ “ทฤษฎีเดือนตุลาคม” กันมากขึ้น
ทฤษฎีเดือนตุลาคม (October Theory) คืออะไร?
ทฤษฎีเดือนตุลาคม (October Theory) คือเทรนด์ฮิตโซเชียลที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเป็นแนวคิดที่มองว่าช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (90 วันสุดท้าย) คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนผ่านและเริ่มต้นเป้าหมายใหม่ เป็นช่วงเวลาที่ไม่นานเกินไป และไม่สั้นจนเกินไป เหมาะจะเริ่มต้นเป้าหมายและรอดูผลลัพธ์ก่อนถึงปีใหม่ หรือถ้าระหว่างนี้อยากตั้งเป้าหมายใหม่ก็เป็นช่วงเวลาที่ยังไม่สาย
นอกจากนี้ ในหลาย ๆ ประเทศที่มีฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนตุลาคมก็เป็นเดือนของการเปลี่ยนฤดู เป็นเดือนที่ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีและร่วงหล่น เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ ฉะนั้นการที่เราเริ่มต้นเป้าหมายใหม่ หรือเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองในช่วงนี้ จึงเหมือนเป็นการ “รีเซ็ต” ชีวิตก่อนที่ปีนั้นจะจบลง และเมื่อปีใหม่มาถึง เป้าหมายของเราก็จะชัดเจนมากขึ้น
4 เคล็ดลับ เปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นจริงตามทฤษฎีเดือนตุลาคม
สำหรับใครที่อินกับทฤษฎีเดือนตุลาคมและอยากลองตั้งเป้าหมาย เปลี่ยนแปลงตัวเอง เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้ตั้งเป้าหมายและลงมือทำได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องฝืนจนเหนื่อย ทำตามเคล็ดลับนี้ได้เลย:
- เลือกเพียง 1-2 เป้าหมาย: การตั้งเป้าหมายหลายอย่างพร้อมกันมีแต่จะทำให้เหนื่อยและท้อได้ง่าย ควรเลือกเป้าหมายที่สำคัญที่สุดเพียง 1-2 เป้าหมายก่อน แล้วตั้งใจทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ
- ใช้หลักการ SMART Goal: การตั้งเป้าหมายที่ดีต้องมีความชัดเจนและจับต้องได้ โดยเป้าหมายจะต้องมีความเฉพาะเจาะจง (Specific), วัดผลได้ (Measurable), บรรลุผลได้จริง (Achievable), สอดคล้องกับชีวิต (Relevant) และมีกรอบเวลาที่ชัดเจน (Time-bound) เพื่อช่วยให้ติดตามความก้าวหน้าและรักษาแรงจูงใจได้ง่ายขึ้น
- ย่อยเป้าหมายใหญ่ให้เป็นกิจวัตรเล็ก ๆ: เช่น ถ้าอยากลดน้ำหนักให้โฟกัสที่อาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งสนใจปลายทางอย่างตัวเลขน้ำหนัก อาจจะเริ่มจากการคุมอาหารวันละมื้อ หรือออกกำลังกายวันละ 10-15 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับไปเรื่อย ๆ
- ติดตามผล/บันทึกการเปลี่ยนแปลง: การติดตามผลลัพธ์หรือบันทึกการเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง จะช่วยให้เรามองเห็นความก้าวหน้าได้ชัดขึ้น ทำให้เรามีแรงจูงใจในการทำต่อไป หรือจะคอยอัปเดตแชร์เป้าหมายร่วมกันกับเพื่อน ก็ช่วยให้เป้าหมายเป็นเรื่องสนุกขึ้น
แม้ว่าทฤษฎีเดือนตุลาคมจะไม่ได้เป็นทฤษฎีที่มีงานวิจัยยืนยันข้อเท็จจริงแน่ชัด แต่ก็เป็นอีกหนึ่งกระแสโซเชียลที่ถูกพูดถึงทุกครั้งในช่วงใกล้สิ้นปี ซึ่งก็ถือเป็นแรงกระตุ้นที่ดีที่ช่วยให้เราตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลง ยิ่งเมื่อได้เห็นเทรนด์โซเชียลที่หลายคนลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกมีไฟในการตั้งเป้าหมายใหม่มากขึ้น
ตั้งเป้าหมาย ลงมือทำ เริ่มต้นได้ทันทีที่พร้อม
การใช้ทฤษฎีเดือนตุลาคมเป็นตัวกระตุ้นให้รู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นเรื่องที่ดี แต่ความจริงแล้วเราสามารถตั้งเป้าหมาย หรือเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกมีไฟ มีแรงบันดาลใจ มีความพร้อมและความตั้งใจจริง ไม่จำเป็นต้องรอเดือนตุลาคม หรือรอให้ถึงวันปีใหม่ ก็สามารถเริ่มต้นตั้งเป้าหมายและลงมือทำได้ทันทีเลย!
อ้างอิง: rd.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แจกลิสต์ 6 สีเล็บเท้าขับผิว ทายังไงก็รอด เท้าสว่างออร่าพุ่งไม่มีคล้ำ!
- แจกปฏิทิน 2570 ฟรี ไฟล์สวยพร้อมใช้วางแผนล่วงหน้าได้ทันที
- สีเล็บมงคล 2570 ตามวันเกิด 7 วัน สีเสริมดวง-สีห้ามทา ปีใหม่ปังทั้งปี
- รวม 40 คำศัพท์การตลาดพื้นฐาน พร้อมความหมาย รู้ไว้ใช้คุยกับทีมแบบมือโปร
ศิวัจนา นันทมานพ (มะเหมี่ยว) อาชีพหลักเป็นพนักงานประจำ เวลาว่างเป็นนักอ่านหนังสือสายดอง ซื้อมาก่อนแล้วค่อยอ่าน ชอบเขียนเป็นงานอดิเรก ส่วนใหญ่จะได้ไอเดียใหม่ๆ เวลาอาบน้ำ ฟังเพลงได้ทุกแนว ติดบ้านแต่ชอบไปเที่ยว