Asus เปิดตัว ROG Phone II สมาร์ทสเปคระดับเทพสำหรับเหล่าเกมเมอร์ เป็นรุ่นที่ 2 ต่อยอดจาก Asus ROG Phone ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ยังคงมาพร้อมกับความแรง และฟีเจอร์สำหรับการเล่นเกมมากมายเช่นเคย ซึ่งในบทความนี้ผมขอเรียกชื่อว่า ROG Phone 2 แฃ้วกัน จะได้เข้าใจตรงกัน

ROG Phone 2 เปิดตัวในไทยเป็นที่เรียบร้อย ที่ราคา 29,990 บาท รุ่นที่วางขายเป็นรุ่นแรม 12GB หน่วยความจำ 512GB แบบ UFS 3.0 พร้อมชิป Snapdragon 855+ หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว Full HD+ อัตรารีเฟรช 120Hz เลยทีเดียว ใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากตัวเครื่องยังมีอุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกมวางขายด้วย

ตัวกล่อง

ตัวกล่องยังคงมาในดีไซน์แบบ 6 เหลี่ยมเหมือนรุ่นก่อนหน้า การจัดวางอุปกรณืต่างๆในกล่องก็จะวางตามด้านเหลี่ยมเช่นเดิม

อุปกรณ์ในกล่องประกอบด้วย ตัวเครื่องสมาร์ทโฟน, อะเดปเตอร์ชาร์จเร็ว 30W, สาย USB Type-C to C ความยาว 120 ซม., Foot Standing ไว้ตั้งเครื่อง, พัดลมระบายอากาศ Aero Active Cooling II, เคส Aero ที่ทำงานร่วมกับพัดลมระบายอากาศได้ สุดท้ายก็เป็นคู่มือการใช้งาน

สำรวจตัวเครื่อง

หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ 1080×2340 พิกเซล อัตราส่วนในการแสดงผล 19.5:9 ความละเอียดต่อพิกเซล 391 PPI หน้าจอออกแบบมาเพื่อการเล่นเกม โดยมีอัตรารีเฟรชที่ (Refresh Rate) 120Hz รองรับ HDR10 หน้าจอให้ภาพที่ลื่นไหลและชัดเจน ไม่มีอาการเบลอ ช่วงกว้างของสี ระดับ DCI-P3 ที่ 108% มี Touch Latency ที่ 49 ms และใช้กระจก Gorilla Glass 6

ตัวเครื่องมีไมโครโฟนถึง 4 ตัวด้วยกัน สำหรับใช้โทร ใช้ตัดเสียงรบกวน (quad-mic array) และใช้สำหรับคุยเวลาเล่นเกม และมีลำโพงคู่สเตอริโอ (dual smart amplifiers) ที่วางอยู่บนและล่างของหน้าจอ ให้เสียงที่ดังกระหึ่มทั้งตอนดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม รองรับการแสดงผลเสียงความละเอียด Hi-res 24bit/192kHz รองรับช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. ระบบเสียง DTS:X Ultra ให้เสียงรอบทิศทาง

กล้องหน้า 24MP, f/2.2, 0.9µm รองรับการถ่ายภาพเซลฟี่มุมกว้าง และสตรีมสดตอนเล่นเกมได้ด้วย

ด้านล่างตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. และช่องต่อ USB Type-C รองรับ Quick Charge 4.0 และ Fast charge 30W มีด้านล่างของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนอีก 2 ตัว

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีไมโครโฟนอีกตัว สำหรับทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวน ซึ่งจะทำงานร่วมกับไมโครโฟนตัวอื่นๆ

รองรับซิมแบบ Nano-SIM จำนวน 2 ซิม (Dual 4G SIM standby) โดยรุ่นนี้จะเพิ่มหน่วยความจำไม่ได้ ทำให้ทาง Asus Thailand เลือกที่จะนำรุ่น 512GB เข้ามาวางขาย

ตัวกล้องหลัง 2 ตัว มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Sony IMX586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.79 มี LED flash พร้อมเทคโนโลยี quad bayer ช่วยยกระดบความไวต่อแสง สามารถถ่ายภาพได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน และกล้องมุมกว้างความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ให้ภาพมุมกว้าง 125 องศา รองรับการบันทึกวีดีโอความละเอียด 4K UHD

ตัวเครื่องรองรับ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac (2×2 MIMO), WLAN 802.11ad 60GHz, Bluetooth V 5.0 (BR/EDR+LE), NFC ด้านหลังทำ้วยกระจก ซึ่งควรละมัดระวังมากๆ (ตอนรุ่นแรก ผมทำตกแตกไปแล้ว)

ในกล่องมีแถม Aero case มาด้วย ซึ่งเป็นเคสที่โชว์ตัวเครื่องได้สวยงาม และยังทำงานร่วมกับ AeroActive Cooler II ได้

เทคโนโลยี Uprated AirTrigger II คือเทคโนโลยีที่ออกมาสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ พัฒนาต่อยอดมาจาก AirTrigger ใน ROG Phone ตัวแรก ลดเวลาในการตอบสนองลงหลือเพียง 0.020 วินาที ควบคุมด้วยระบบสัมผัสแบบอัลตราโซนิค ที่มีความแม่นยำเป็นพิเศษ และรองรับการสั่งงานทั้งแบบแตะและเลื่อนสไลด์ มีระบบการสั่นแบบ Haptic ให้ความรู้สึกเหมือนเกมคอนโซนมากขึ้น

พูดกันง่ายๆ AirTrigger เป็นเซ็นเซอร์ที่อยู่ข้างๆ ตัวเครื่อง ทำหน้าที่เป็นเพิ่มเติมเหมือนปุ่ม L กับ R ของเกมคอนโซล ทำงานโดยใช้คลื่นความถี่สูง มีด้วยกัน 3 ตำแหน่ง ซึ่งมี 2 ปุ่มที่เป็นปุ่มควบคุมซ้าย-ขวา ติดตั้งอยู่ด้านบนของจอภาพเพื่อการเล่นเกมในโหมดแนวนอน และอีกปุ่มหนึ่งใช้ในการเล่นเกมแบบแนวตั้ง

ปุ่มทั้งหลายนี้สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะใช้เป็นปุ่มเล็ง ยิง เลือกของใช้ใน Inventory หรือการควบคุมการเคลื่อนที่เช่นหมุนพวงมาลัยหรือเดินทางในแบบต่างๆ

สามารถตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนได้ บางคนถนัดแตะแรง บางคนถนัดแตะเบา ก็เข้ามาตั้งค่าปุ่มกันก่อนได้ เท่าที่ลองใช้งานมีความแม่นยำและตอบสนองได้มาก ขึ้นอยู่กับความเคยชิน ต้องฝึกฝนใช้งาน จะทำให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานยิ่งขึ้น การใช้งานใช้แรงกดเพียง 20 กรัม (สามารถปรับความแรงในการกดได้ ถ้าเบาไปมือแตะๆก็ลั่นแล้ว)

และที่สำคัญต้องตั้งค่าก่อนใช้งานทุกเกม ตั้งค่าแค่ครั้งแรกครั้งเดียว ถ้าเราไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งปุ่ม ก็ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ทุกเกมที่เราเคยตั้งค่าไว้แล้วจะมี Profile บันทึกไว้ เปิดเกมมาให่มก็ใช้งานต่อได้เลย หากไม่ต้องการใช้งานก็แค่ปิด AirTrigger ไป

เป็นรุ่นที่สองทั้งทีก็ต้องพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ด้วย โดยพัฒนาระบบระบายความร้อน GameCool II ไปอีกขั้น ออกแบบช่องส่งความร้อนแบบ 3D vapor chamber ช่วยให้การไล่ความร้อนออกจากตัวเครื่องได้ดีขึ้น  ประกอบไปด้วยส่วนกระจายไอน้ำและชุดทำความเย็น เสริมกำลังด้วยอุปกรณ์กระจายความร้อนทำจากทองแดงและแผ่นคาร์บอนทำความเย็นที่ประกอบอยู่ด้วยกันกับเมนบอร์ด เพื่อประสิทธิภาพความเย็นสูงสุด

และมาพร้อมกับ AeroActive Cooler II ที่พัฒนาขึ้น ช่วยลดความร้อนได้ถึง 5 องศาเซลเซียส เสียงพัฒนาก็เบาขึ้น ทำงานร่วมกับ AURA RGB ได้เช่นเดิม ที่สำคัญทำงานร่วมกับ Aero case ที่แถมมาในเครื่องได้ ไม่ต้องแกะเคสออกก่อนใช้เหมือนแต่ก่อน

AeroActive Cooler II มีไฟ RGB ด้านหน้าด้วย ตัว AeroActive Cooler II เองมีช่องเชื่อมต่อมาให้อีก 2 ช่องคือ USB-C สำหรับชาร์จแบตหรือต่ออุปกรร์เสริม กับช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม.

วิธีใช้งานแค่ต่อ AeroActive Cooler เข้ากับช่อง side-mount port ที่ด้านข้างตัวเครื่อง (ถอดฝาปิดออกก่อนนะครับ) เมือต่อเสร็จตัวพัดลมระบายความร้อนจะทำงานทันที ช่วยให้ตัวเครื่องมีความร้อนที่ลดลง

แบตเตอรี่ให้มา 6000mAh รองรับการชาร์จเร็ว ROG HyperCharge ที่ทำงานคู่กับอะเดปเตอร์ 30W พร้อมสายชาร์จที่รองรับการชาร์จแบบ PD ใช้เวลาชาร์จเพียง 58 นาที นอกจากนัน้ยังรองรับ Quick Charge 4.0

ใน Game Center จะมีโหมดที่ทำให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมได้ ด้วยโหมดพิเศษ X Mode ซึ่งสามารถเรียกใช้ได้โดยการกดเพียงครั้งเดียว แล้วเครื่องจะเคลียร์หน่วยความจำที่ไม่จำเป็นเพื่อที่จะสงวนหน่วยความจำมาใช้ในการแสดงผลเกมเพียงอย่างเดียว ทำให้ข้อมูลในเกมรวมไปถึงความเร็วในการประมวลผลถูกเรียกขึ้นมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว และทำงานควบคุมกับระบบระบายความร้อน AeroActive Cooler ได้ในเวลาเดียวกัน

AURA RGB คืออีกหนึ่งจุดเด่นของมือถือรุ่นนี้ เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมกับระบบไฟส่องสว่างสีสันสวยงามอย่าง ASUS Aura RGB ที่ปล่อยแสงบริเวณโลโก้ ROG ที่อยู่ด้านหลังตัวเครื่อง สามารถปรับแต่งให้แสดงได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบไฟนิ่ง เปิดปิดแบบการหายใจ กะพริบ หรือเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ

มาพร้อมกับ Android 9 Pie พร้อมอินเตอร์เฟส new ROG UI น่าจะถูกใจชาวเกมเมอร์อย่างยิ่ง อินเตอร์เฟสออกแนวดุๆ ตามแบบฉบับเกมเมอร์ ไม่ได้มีแค่ความสวยอย่างเดียว การใช้งานลื่นไหลมาก ตอบสนองได้ดี สัลบแอพไปมา เปิด-ปิดแอพได้รวดเร็วทันที ไม่เจออาการหน่วงหรือค้างเลย

มีเซอร์เซอร์สแกนนิ้วมือ สามารถใช้ปลดล็อคเครื่อง การตอนสนองของเซ็นเซอร์เร็วมาก ไม่ต้องรอ คิดว่าไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ อีกทั้งการตั้งค่าก็ทำไดง่ายและรวดเร็ว ไม่มีข้อดิอะไรสำหรับระบบสแกนนิ้วมือ

นอกจากสแกนนิ้วแล้วยังสามารถใช้ Face Unlock สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเข้าใช้งานเครื่องได้อีกทาง เท่าที่ใช้งานก็ทำงานได้ดีมาก สามารถใช้งานได้ในความมืดระดับนึง แต่ถ้าห้องมือ 100% อันนี้สแกนใบหน้าไม่ติด ถ้าความสว่างเพียงพอสแกนติดเร็วมาก และไม่ต้องเอามือถือมาให้ตรงหน้าก็สแกนติด

ลองเล่นเกม

เท่าที่ลองเล่นเกม Call of Duty Mobile – Garena สามารถปรับภาพที่ความละเอียดสูงสุด เล่นได้ลื่นไหล ไม่กระตุก ไม่ค้าง ให้ภาพที่สวยงาม ควบคุมงาน แต่ยังไม่ชินกับปุ่ม ต้องปรับตัวให่เคยชินสักพักจะช่วยให้เล่นได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น

ตัวอย่างรูปจากกล้อง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here