Skip to content

เต่านินจา ภาค 2: ความลับของสารมิวแทนต์” หวนคืนจอใหญ่ ชวนแฟนๆ ย้อนวันวานความสนุกยุค 90s

Teenage Mutant Ninja Turtles II: Secret of the Ooze is still the most fun to be had in a TMNT movie

หลังจากสร้างปรากฏการณ์รีรันเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กับการกลับมาของภาพยนตร์ Teenage Mutant Ninja Turtles ภาคแรก เพื่อฉลองครบรอบ 35 ปี ที่เดิมตั้งใจฉายเพียงสองวัน แต่ยอดขายตั๋วล่วงหน้าที่ถล่มทลายจนต้องขยายเวลาฉายและจำนวนโรง ก่อนจะทำเงินไปกว่า 3.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นำไปสู่การประกาศฉายภาคต่อในโรงภาพยนตร์ปีถัดไป และในที่สุด “เต่านินจา ภาค 2: ความลับของสารมิวแทนต์” (Teenage Mutant Ninja Turtles II: The Secret of the Ooze) ก็กลับมาให้แฟนๆ ได้ชมบนจอใหญ่อีกครั้ง พิสูจน์ว่าแม้จะผ่านมา 35 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังคงมอบความสนุกแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เติบโตมากับกระแส “Turtle-Mania” ในช่วงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s

การกลับมาของเต่านินจาที่สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง

การกลับมาของภาพยนตร์เต่านินจาในโรงภาพยนตร์ครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายอย่างยิ่ง หลังจากที่ภาคแรกสามารถสร้างความฮือฮาและรายได้มหาศาลจากการกลับมาฉายเพียงไม่กี่วัน แฟนๆ ที่โหยหาความหลังได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความคลาสสิกของเหล่าเต่ากลายพันธุ์ยังคงมีมนต์ขลังเสมอ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Fathom และ Saga Arts ตัดสินใจนำ Teenage Mutant Ninja Turtles II: The Secret of the Ooze กลับมาฉายอีกครั้งในปีนี้ เพื่อสานต่อความสำเร็จและเติมเต็มความสุขให้กับผู้ชมที่ต้องการย้อนวันวานวัยเด็ก

“เต่านินจา ภาค 2” กับความแตกต่างที่ลงตัว

เรื่องราวของ เต่านินจา ภาค 2 ดำเนินต่อจากภาคแรกไม่นาน หลังจากที่เหล่าเต่าฮีโร่ได้ปราบเชรดเดอร์ลงได้ พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาใหม่เมื่อรังลับในท่อระบายน้ำถูกค้นพบโดย Foot Clan ทำให้ต้องย้ายไปพึ่งพิงเพื่อนมนุษย์อย่างเอพริล โอ’นีล (เพจ เทอร์โก) ก่อนจะค้นพบที่อยู่ใหม่ในสถานีรถไฟใต้ดินเก่าที่ถูกทิ้งร้าง แต่เชรดเดอร์ (ฟรังซัวส์ เชาว์) ยังไม่ตาย และได้กลับมาฟื้นฟู Foot Clan พร้อมสร้างมิวแทนต์ตัวใหม่สองตัวเพื่อแก้แค้นเต่านินจา นั่นคือ ทอคก้า เต่าตะพาบ และราซาร์ มนุษย์หมาป่า

สิ่งที่น่าสนใจคือ “Secret of the Ooze” มีโทนเรื่องที่เบาและสนุกสนานกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด ภาพยนตร์ปี 1990 ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนต้นฉบับที่มีความดิบและจริงจังกว่า แม้จะมีการเพิ่มอารมณ์ขันจากซีรีส์การ์ตูนปี 1987 เข้าไป แต่ก็ยังคงมีฉากรุนแรงที่ทำให้ผู้ปกครองบางกลุ่มร้องเรียน ด้วยเหตุนี้ เต่านินจา ภาค 2 จึงเน้นไปที่ความตลกขบขัน มุกตลกเกิดขึ้นตลอดเวลา และเหล่าเต่าแทบจะไม่ใช้ศาสตราวุธนินจาของพวกเขาเลย

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ทำให้สูตรความสำเร็จของเต่านินจาพังทลายลง แต่กลับทำให้ภาพยนตร์เป็นที่รักของแฟนๆ หลายคน เพราะได้ ทอดด์ แลงเกน ผู้เขียนบทภาคแรก กลับมารังสรรค์เรื่องราวในทิศทางใหม่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบที่ทำให้ภาพยนตร์มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำ:

  • ฉากต่อสู้ที่สร้างสรรค์: แทนที่จะใช้ดาบหรือกระบองสองท่อน เต่าๆ หันมาใช้โยโย่และไม้เบสบอลโฟมในการต่อสู้กับโจรในห้างสรรพสินค้า หรือแม้แต่ฉากที่ไมเคิลแองเจโลใช้เปปเปอโรนีสองชิ้นเป็นกระบองสองท่อนพร้อมตะโกนว่า “Combat coldcuts!” ก็สร้างเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย
  • ตัวร้ายที่ไม่เหมือนใคร: ทอคก้าและราซาร์ สร้างสรรค์โดย Jim Henson’s Creature Shop มีรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขาม แต่กลับมีนิสัยเหมือนเด็กทารก (ถึงขั้นเรียกเชรดเดอร์ว่า “Mama!”) พวกเขามีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของเต่านินจา ทำให้เป็นภัยคุกคามที่น่าเชื่อถือ แต่ก็สร้างความฮาด้วยสไตล์ตลกแบบสแลปสติก
  • Super Shredder: แม้จะปรากฏตัวในช่วงท้ายและไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่การที่เชรดเดอร์กลายร่างเป็น Super Shredder (รับบทโดย เควิน แนช) ด้วยพลังของสารมิวแทนต์ ก็สร้างความประทับใจด้วยดีไซน์ที่ดุดัน เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและใบมีดทั่วตัว
  • ตำนาน Ninja Rap: ฉากที่โดดเด่นที่สุดและเป็นที่จดจำมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการปรากฏตัวของแรปเปอร์ชื่อดังในยุคนั้นอย่าง Vanilla Ice ซึ่งมาพร้อมกับเพลง “Ninja Rap” ที่มีท่อนฮุกติดหู “Go ninja, go ninja go!” โดยเขาได้ด้นสดเพลงนี้ในฉากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเต่ากับทอคก้าและราซาร์ ซึ่งเริ่มต้นที่ไซต์ก่อสร้างก่อนจะลามไปถึงไนท์คลับที่เขาทำการแสดงอยู่

เต่านินจา ภาค 2 ยังคงเป็นความบันเทิงที่ไม่เสื่อมคลาย

สำหรับเราแล้ว “เต่านินจา ภาค 2: ความลับของสารมิวแทนต์” อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ในแง่ของเนื้อเรื่องหรือความลึกซึ้ง แต่เป็นหนังที่มอบความสนุกสนานได้อย่างเต็มเปี่ยม เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ว่าจะสำหรับเด็กๆ ในปัจจุบัน หรือกลุ่มผู้ชมยุค 90s ที่อยากหวนรำลึกถึงความหลังวัยเด็กพร้อมพิซซ่าสักชิ้น การกลับมาฉายในโรงภาพยนตร์ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้งในบรรยากาศที่คุ้นเคย ถือเป็นการเติมเต็มความสุขและรอยยิ้มให้กับแฟนๆ เต่านินจาได้อย่างแท้จริง.

ที่มา: polygon.com