คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงชอบดูหนังภัยพิบัติ? หลายคนอาจมองว่าการเฝ้าดูโลกพังทลายเป็นเรื่องโหดร้าย แต่เอาเข้าจริงแล้ว เสน่ห์ของมันซ่อนอยู่ลึกกว่าแค่ความโกลาหล และสำหรับ หนัง The Impossible ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมที่กำลังจะบอกลาแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งฟรีอย่าง Tubi ในไม่ช้านี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แก่นแท้ของเรื่องราวภัยพิบัติไม่ได้อยู่ที่ความเสียหายเพียงอย่างเดียว แต่กลับอยู่ที่ ‘ความเป็นมนุษย์’ ที่เปล่งประกายออกมาต่างหาก
⏱ ใช้เวลาอ่านประมาณ 13 นาที
ในขณะที่หนังภัยพิบัติหลายเรื่องเน้นไปที่ความยิ่งใหญ่ของหายนะ สึนามิถล่ม ภูเขาไฟระเบิด หรือโรคระบาด หนัง The Impossible ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของ J. A. Bayona เมื่อปี 2012 กลับเลือกที่จะเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของผู้รอดชีวิต สะท้อนพลังของความรัก ความผูกพัน และพลังของชุมชนได้อย่างทรงพลัง หากคุณยังไม่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้ หรืออยากดูซ้ำ นี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะได้สัมผัสเรื่องราวสุดสะเทือนอารมณ์เรื่องนี้ก่อนที่มันจะหายไป
เสน่ห์ของหนังภัยพิบัติ ความสะเทือนใจหรือความหวัง
เมื่อพูดถึงหนังภัยพิบัติ มุมมองของผู้ชมมักแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งแรกคือผู้ที่หลงใหลในความตื่นเต้นของการได้เห็นความรุนแรงของธรรมชาติ การเอาชีวิตรอดจากหายนะ และฉากแอ็กชันสุดระทึก ความพังพินาศที่ปรากฏบนจอสามารถมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นอะดรีนาลีนได้อย่างดีเยี่ยม
แต่อีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมักเป็นแก่นสำคัญที่ทำให้ภาพยนตร์เหล่านี้ยังคงอยู่ในใจผู้ชมไปอีกนาน คือการได้เห็น ‘มนุษย์’ เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด และแสดงออกถึงความเข้มแข็ง ความเสียสละ และความรักที่ไม่มีเงื่อนไข หนัง The Impossible คือตัวอย่างชั้นเยี่ยมของหนังที่ยืนอยู่บนฝั่งหลังนี้อย่างเต็มตัว มันไม่ได้พยายามขายฉากหายนะอย่างเดียว แต่ใช้หายนะเป็นฉากหลังเพื่อขับเคลื่อนเรื่องราวความสัมพันธ์ของครอบครัวที่ต้องพลัดพรากและดิ้นรนเพื่อกลับมาหากันอีกครั้ง
The Impossible ฉีกกรอบหนังภัยพิบัติทั่วไปอย่างไร
ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัว María Belón แพทย์หญิงชาวสเปนและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2004 ขณะที่เธอกำลังพักผ่อนอยู่ในประเทศไทยกับสามีและลูกชายทั้งสาม แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องพลัดพรากจากกัน แต่พวกเขาก็ไม่เคยสิ้นหวัง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียง 20 นาทีแรกของหนัง หลังจากที่ครอบครัวเพิ่งเดินทางถึงรีสอร์ตชายหาดในประเทศไทย สึนามิลูกมหึมาก็ถาโถมเข้าใส่ เปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความพังทลาย มาเรียได้รับบาดเจ็บหนักที่ขาและหน้าอก เธอต้องแยกจากสามีและลูกชายคนเล็กสองคน เหลือเพียงลูกชายคนโต ลูคัส (รับบทโดย ทอม ฮอลแลนด์) ที่ต้องดูแลแม่ที่บาดเจ็บสาหัส ความลึกซึ้งของการเล่าเรื่องอยู่ที่การแสดงให้เห็นถึงความพยายามของลูคัสในการทำหน้าที่ดูแลแม่ ทั้งที่เขายังเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง
บทบาทของทอม ฮอลแลนด์ ที่ไม่ใช่แค่ Spider-Man
ก่อนที่เขาจะเป็นที่รู้จักในบทบาท Spider-Man ทอม ฮอลแลนด์ ได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงอันน่าทึ่งในบทลูคัส โดยขณะนั้นเขามีอายุเพียง 14 ปีเท่านั้น แต่กลับสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อน ความรับผิดชอบที่เกินตัว และความกลัวที่อยู่ลึกๆ ได้อย่างน่าประทับใจ การแสดงของเขาคู่กับ นาโอมิ วัตตส์ ในบทมาเรีย ผู้เป็นแม่ สร้างความสะเทือนใจได้อย่างแท้จริง
เราได้เห็นลูคัสต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย ต้องเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ เพื่อรักษาชีวิตแม่ของเขา แม้บทพูดบางประโยคจะฟังดูแปลกสำหรับเด็กหนุ่ม แต่กลับยิ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์สึนามิได้ผลักดันให้เขาต้องเติบโตอย่างกะทันหัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำว่าฮอลแลนด์มีพรสวรรค์ในการแสดงมาตั้งแต่เด็ก และไม่น่าแปลกใจที่เขาจะกลายเป็นนักแสดงแถวหน้าในปัจจุบัน
ความสำเร็จที่เหนือกว่าคำว่า "หนังภัยพิบัติ"
นอกเหนือจากฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมของนักแสดงทุกคนแล้ว หนัง The Impossible ยังถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของภาพยนตร์สเปน ทำรายได้ถล่มทลายถึง 11 ล้านดอลลาร์ในสุดสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย และแม้จะผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว (นับถึงปี 2026) ก็ยังคงเป็นหนึ่งในภาพยนตร์สเปนที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้าใจว่าทำไม: เพราะเรื่องราวของครอบครัวเบลอนไม่ใช่แค่เรื่องราวของผู้รอดชีวิตคนเดียวที่ถูกถักทอเข้ามาในเรื่องราว
การกำกับของ Bayona ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์จากความทุกข์ทรมานหรือตั้งใจที่จะสร้างความตกใจเพียงอย่างเดียว ตรงกันข้าม หนัง The Impossible สรุปแก่นแท้ที่ดึงดูดผู้ชมให้กลับมาหาแนวหนังนี้ได้เป็นอย่างดี นั่นคือการสำรวจสภาพของมนุษย์ และวิธีที่ความสัมพันธ์ (ทั้งในครอบครัวและอื่นๆ) ถูกทดสอบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหายนะ
อย่าพลาดโอกาสสุดท้ายในการรับชม The Impossible
ด้วยเรื่องราวที่สร้างจากเหตุการณ์จริง บทบาทการแสดงอันยอดเยี่ยมของทอม ฮอลแลนด์ และการนำเสนอที่เข้าถึงจิตใจผู้ชมอย่างแท้จริง ทำให้ หนัง The Impossible เป็นมากกว่าแค่หนังภัยพิบัติ แต่มันคือภาพยนตร์ดราม่าที่ทรงพลังและควรค่าแก่การรับชม หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่จุดประกายความหวัง สอนให้เห็นถึงความสำคัญของครอบครัว และพลังที่ไม่ยอมแพ้ของมนุษย์ในยามวิกฤต ภาพยนตร์เรื่องนี้คือคำตอบ
ในเมื่อมันกำลังจะออกจากแพลตฟอร์ม Tubi ในไม่ช้า อย่ารอช้า! รีบไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนที่จะสายเกินไป นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับเรื่องราวที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน
คำถามที่พบบ่อย
หนัง The Impossible จะออกจากสตรีมมิ่งเมื่อไหร่?
ภาพยนตร์ The Impossible กำลังจะออกจากบริการสตรีมมิ่งฟรีอย่าง Tubi ในเร็วๆ นี้ ดังนั้นจึงควรรับชมก่อนที่มันจะถูกถอดออกไปจากแพลตฟอร์ม
The Impossible สร้างจากเรื่องจริงหรือไม่?
ใช่ The Impossible สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัว Belón ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในมหาสมุทรอินเดียเมื่อปี 2004 ในประเทศไทย
Tom Holland แสดงเป็นใครใน The Impossible?
ทอม ฮอลแลนด์ แสดงเป็น ลูคัส ลูกชายคนโตของครอบครัว ซึ่งต้องดูแลแม่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์สึนามิ เป็นบทบาทที่โดดเด่นก่อนที่เขาจะรับบท Spider-Man
หนังเรื่อง The Impossible มีความโดดเด่นอย่างไร?
ความโดดเด่นของ The Impossible อยู่ที่การมุ่งเน้นไปที่เรื่องราว 'ความเป็นมนุษย์' ความรัก และความผูกพันของครอบครัวในการเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติ แทนที่จะเน้นเพียงแค่ฉากหายนะเพียงอย่างเดียว
ที่มา: polygon.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รวม 10 ไอเดียเล่น The Sims 4 สตอรี่สนุก หายเบื่อ แนวใหม่ถูกใจซิมเมอร์!
- คำพูดเดียวใน House of the Dragon ที่อาจเปลี่ยนมุมมองคำทำนายใน Game of Thrones
- D&D เดินหน้าจักรวาลคู่ขนานกับ World of Warcraft ถอดบทเรียน MTG
- แนะนำเกม Tactical RPG สุดมันส์ที่แฟน Fire Emblem ห้ามพลาด
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]