Skip to content

การตลาดท่องเที่ยว 2026: รับมือ AI Search ด้วย 5 กลยุทธ์ Digital PR ที่แบรนด์ต้องรู้!

Travel Marketing: How to Compete and Future-Proof in 2026 — Whiteboard Friday

ช่วงนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง AI กันเยอะมากจริงไหมครับ? ไม่เว้นแม้แต่ในวงการ **การตลาดท่องเที่ยว AI** ที่กำลังพลิกโฉมไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการค้นหาข้อมูลท่องเที่ยว จากผลวิจัยล่าสุดบอกว่ามีคนทั่วโลกถึง 84% เลยนะที่วางแผนจะใช้ AI ในการเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่พัก กิจกรรม หรือแม้แต่จัดแผนเที่ยวส่วนตัว นี่แหละคือจุดที่แบรนด์ท่องเที่ยวต้องคิดหนักเลยว่าทำยังไงถึงจะเข้าไปอยู่ในสายตาของผู้บริโภคยุคใหม่ให้ได้ และนั่นทำให้ “Digital PR” กลับมาเป็นหัวใจสำคัญอีกครั้ง

การตลาดท่องเที่ยวในยุค AI Search: ทำไม Digital PR ถึงสำคัญกว่าที่เคย?

จริง ๆ แล้ว AI Search เนี่ยมันไม่ได้มองแค่ “ลิงก์” เหมือนเมื่อก่อนอย่างเดียวแล้วนะครับ หลายคนอาจจะคิดว่าแค่มี Backlink เยอะ ๆ ก็พอ แต่จากผลศึกษาที่ Aira ทำวิจัยมา พบว่า “Brand Mentions” หรือการถูกกล่าวถึงแบรนด์เนี่ย เป็นปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับการมองเห็นใน AI Search มากกว่า นั่นหมายความว่า ถ้าแบรนด์ของเราถูกพูดถึงบ่อย ๆ ในช่องทางต่าง ๆ ยิ่งมีโอกาสที่ AI จะดึงข้อมูลเราไปแสดงมากขึ้น และ Digital PR นี่แหละที่ช่วยสร้างตรงนี้ได้

จากงานวิจัยของ Aira ที่สำรวจผู้เชี่ยวชาญ Digital PR และนักการตลาดท่องเที่ยว พบว่า 81% คาดการณ์ว่า Digital PR จะมีความสำคัญมากขึ้นไปอีกในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งก็น่าจะจริง เพราะตอนนี้เองก็มีหลายแบรนด์เริ่มเจอความท้าทายแล้ว

ความท้าทายที่เราเห็นได้ชัด ๆ เลยคือคำว่า “AI slop” ที่ถูกยกให้เป็นคำแห่งปี 2025 คือคอนเทนต์ที่ AI สร้างขึ้นแบบไม่มีคุณภาพนั่นเองครับ ซึ่งคอนเทนต์พวกนี้มันก็ยังอยู่ เพราะหลายแบรนด์ยังมีงบประมาณจำกัด และ AI ก็ช่วยสร้างคอนเทนต์ได้เร็วมาก ๆ ตรงนี้เลยกลายเป็นปัญหาที่ต้องเจอ แถมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา Digital PR ถึง 57% บอกว่ามีแบรนด์ท่องเที่ยวมาขอให้ช่วยทำ Digital PR เพิ่มขึ้นเยอะมาก แสดงว่าการแข่งขันมันสูงขึ้นจริง ๆ

5 กลยุทธ์ Digital PR ที่ช่วยให้แบรนด์ท่องเที่ยวของคุณโดดเด่นในปี 2026

แล้วในสถานการณ์แบบนี้ แบรนด์ท่องเที่ยวจะทำยังไงให้โดดเด่นและได้รับการพูดถึงในโลกยุคใหม่ล่ะ? นี่คือ 5 กลยุทธ์สำคัญที่ต้องลองเอาไปปรับใช้ดูครับ:

  • เรื่องเล่าที่เข้าถึงตัวตน (Personalized Stories): เราต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเราอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่ความต้องการ แต่รวมถึงค่านิยม ปัจจัยทางเศรษฐกิจ หรือเรื่องราวในชีวิตจริงที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของพวกเขา ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการแผนเที่ยวที่เป็นส่วนตัว ตรงกับความสนใจและแพชชั่นของตัวเอง นักข่าวเองก็มองหาเรื่องราวแบบนี้เช่นกัน
  • เล่าเรื่องแบบมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-first Narratives): การสร้างคอนเทนต์ที่มีความเป็นมนุษย์สูง จะทำให้เราแตกต่างจากคอนเทนต์ที่ AI สร้างขึ้นได้ง่าย ๆ ครับ ทำได้โดยการใส่เรื่องราวเบื้องหลัง มุมมองที่ไม่เคยถูกเล่า หรือกรณีศึกษาต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดใจให้นักข่าวหยิบไปเผยแพร่
  • เปิดโหมด “พร้อมรับมือเสมอ” (Always-on Approach): ผู้เชี่ยวชาญ Digital PR ถึง 95% ใช้แคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในการสร้างการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นอกจากนี้ 71% ยังใช้กลยุทธ์ Newsjacking หรือการเกาะกระแสข่าว และการรับมือสถานการณ์แบบทันท่วงที เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกพูดถึงให้ได้มากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์แบบ “Always-on” นี้สำคัญมากต่อการสร้าง Brand Mentions และการมองเห็นของ AI
  • ข้อมูลที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือ (Robust Data-led Stories): ยุคนี้ข้อมูลต้องเป็นของจริง ไม่ใช่แค่สร้างเรื่องขึ้นมา การใช้ข้อมูลที่ใหม่ ไม่ซ้ำใคร และน่าเชื่อถือ จะช่วยให้เรื่องราวของเราโดดเด่นและไม่มีข้อกังขาเรื่องความถูกต้อง ซึ่งสำคัญมากในการสร้างความแตกต่างจากคอนเทนต์ AI
  • สร้างความสัมพันธ์กับสื่อแบบเจาะจง (Tailored Outreach & Relationships): สิ่งนี้สำคัญมาโดยตลอดในการทำ PR โดยเฉพาะ PR สายดั้งเดิม นักข่าวเองก็บอกว่าพวกเขามักจะหาผู้เชี่ยวชาญจากคนในเครือข่ายที่รู้จักอยู่แล้ว ไม่ได้ประกาศเรียกหาทั่วไป ดังนั้น การทำความเข้าใจนักข่าวแต่ละคนว่าเขาสนใจเรื่องอะไร สไตล์การเขียนเป็นแบบไหน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้จึงเป็นเรื่องที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

ทำความเข้าใจผลลัพธ์และความคาดหวังจาก Digital PR

จริง ๆ แล้ว Digital PR เนี่ยเป็นเกมที่ต้องเล่นยาว ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่าทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้ AI Visibility จะพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที มันต้องใช้เวลาครับ

ผู้เชี่ยวชาญ Digital PR ที่เราได้คุยมา บอกว่าหัวใจสำคัญคือ “ความเกี่ยวข้องและคุณภาพ” (Relevancy and Quality) มากกว่าปริมาณ ถึงแม้ว่ามันจะวัดผลเป็นตัวเลขยากก็ตาม จริง ๆ แล้วมีแค่ 38% เท่านั้นนะที่สามารถตีค่าความเกี่ยวข้องออกมาเป็นตัวเลขได้

แต่ถ้ามองที่แต่ละแคมเปญเนี่ย โดยเฉลี่ยแล้ว การได้ลงข่าวหรือถูกพูดถึง 0-9 ครั้ง ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ครึ่งหนึ่งของนัก Digital PR มองว่าโอเคเลยนะ แต่ที่น่าสนใจคือ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา แคมเปญส่วนใหญ่กลับทำได้ดีกว่านั้น คือได้ลงข่าวหรือถูกพูดถึงถึง 10-19 ครั้งเลยทีเดียว เรียกว่าเกินเป้าไปเยอะ

ดังนั้น ถ้าเราใช้กลยุทธ์ “Always-on” ที่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มการมองเห็นได้ในระยะยาวแน่นอนครับ แต่อย่างที่บอกไป ต้องใจเย็น ๆ และให้เวลากับมันหน่อย

มองไปข้างหน้า: การตลาดท่องเที่ยว AI กับความสำคัญของความเป็นมนุษย์

เรามองว่ายุคของการตลาดท่องเที่ยว AI กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมากครับ แบรนด์ไหนที่ไม่ปรับตัวหรือลงทุนกับการสร้าง Brand Mentions และเรื่องราวที่มีคุณค่า ก็อาจจะหลุดวงโคจรไปได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว จริง ๆ แล้วหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี AI แต่เป็นการใช้ Digital PR ในการสร้าง “คุณค่าและความเป็นมนุษย์” ที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้ ส่วนตัวคิดว่าการสร้างเรื่องเล่าที่โดนใจคนจริง ๆ การมีข้อมูลที่แน่นหนา และการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อที่ดี จะเป็นเกราะป้องกันแบรนด์ในระยะยาวได้ดีที่สุดครับ สำหรับแฟน ๆ หรือผู้ประกอบการในวงการท่องเที่ยวแล้ว นี่คือโอกาสที่จะได้ยกระดับการสื่อสารแบรนด์ให้ไปอีกขั้น แต่ก็ต้องใช้ความอดทนและทำอย่างสม่ำเสมอครับ

ที่มา: moz.com