วงการหูฟังไร้สายแบบเปิดหู (Open-ear) นี่ต้องบอกเลยว่ากำลังดุเดือดมาก ๆ ครับ และล่าสุดค่าย Xiaomi ก็ไม่รอช้า ขอลงสนามเปิดตัว หูฟัง Clip-On Xiaomi รุ่นแรกของตัวเองที่ประเทศจีน งานนี้มาพร้อมดีไซน์แบบหนีบหู ไม่ต้องยัดเข้ารูหูเหมือนเดิม ตอบโจทย์คนที่ไม่ชอบความอึดอัด หรือคนที่อยากได้ยินเสียงรอบข้างควบคู่ไปด้วยครับ โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 849 หยวน (ประมาณ 124 ดอลลาร์สหรัฐฯ) แต่ถ้าซื้อช่วงเปิดตัวก็จะได้ราคาพิเศษ 799 หยวน (ประมาณ 117 ดอลลาร์สหรัฐฯ) เลยนะ
หูฟัง Clip-On Xiaomi มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นความสบาย
จริง ๆ แล้ว หูฟังแบบ Clip-On หรือแบบหนีบหูเนี่ย หลายคนอาจคิดว่ามันจะหลุดง่ายหรือเจ็บหูรึเปล่าใช่ไหมครับ? แต่ Xiaomi เขาออกแบบมาได้น่าสนใจเลยนะ คือมันจะหนีบอยู่ด้านข้างใบหูของเรา ไม่ได้ยัดเข้าไปในช่องหูแบบหูฟัง In-ear ทั่วไป ตรงนี้คือข้อดีเลยสำหรับคนที่ใส่หูฟัง In-ear แล้วรู้สึกไม่สบาย หรือคนที่ไม่ชอบให้หูอื้อ เวลาทำงาน หรือเดินทางไปไหนมาไหนก็ยังได้ยินเสียงรอบตัวอยู่
จุดเด่นของดีไซน์ที่เขาชูมาก็คือ:
- น้ำหนักเบา: หูฟังแต่ละข้างหนักแค่ 5.5 กรัมเท่านั้นเองครับ เบามากจริง ๆ
- วัสดุและโครงสร้าง: ใช้ลวดไทเทเนียมแบบ Memory Titanium Wire Bridge ทำให้มันยึดเกาะกับหูได้ดี ไม่ต้องกลัวหลุดง่าย ๆ
- ระยะหนีบ: ตัวเครื่องเขาปรับระยะการหนีบมาที่ 3.4 มม. เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะอยู่กับที่ไม่หนีบหูของเราจนเจ็บ แม้จะใส่นานหลายชั่วโมงก็ตาม
- ดีไซน์ภายนอก: ตัวหูฟังมีผิวสัมผัสแบบมันเงา กึ่งโปร่งใส ส่วนเคสชาร์จก็เป็นวัสดุคล้ายหนัง ให้ความรู้สึกหรูหราหน่อย ๆ
- สีสัน: มีให้เลือก 4 สี คือ ดำ, ขาว, ทอง และม่วง
สเปกจัดเต็ม พร้อมฟีเจอร์ AI ที่น่าลอง
เรื่องสเปกภายในก็ไม่ใช่เล่น ๆ นะครับ ถึงแม้จะเป็นหูฟังแบบเปิดหู แต่ Xiaomi ก็ยังคงจัดเต็มเรื่องคุณภาพเสียงและฟีเจอร์ต่าง ๆ มาให้เราใช้งานกันเพียบเลยครับ
- ไดรเวอร์เสียง: ใช้ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 11 มม. ให้เสียงที่คมชัด
- รองรับเสียงความละเอียดสูง: มี LHDC 5.0 สำหรับเสียง Hi-Res Audio ซึ่งจะทำให้เราได้ฟังเพลงที่มีคุณภาพเสียงที่ดีขึ้น
- การจัดการเสียงรั่วไหล: โจทย์ยากของหูฟัง Open-ear คือเสียงรั่วไหลออกไปข้างนอกเนี่ยแหละครับ Xiaomi เลยใช้เทคโนโลยีส่งผ่านเสียงแบบ Directional Sound Transmission และคลื่นเสียงแบบ Reverse Sound Waves เพื่อช่วยให้เสียงเพลงหรือเสียงสนทนาของเรายังคงเป็นส่วนตัวอยู่
- ระบบไมโครโฟน: จัดเต็มด้วยไมโครโฟน 3 ตัว พร้อมไมค์แบบ Bone Conduction ช่วยกรองเสียงรบกวนรอบข้าง ทำให้เสียงพูดของเราชัดเจนขึ้น
- กันน้ำกันฝุ่น: ได้มาตรฐาน IP57 หมายความว่ากันฝุ่นและกันน้ำได้สบาย ๆ จะใส่ไปวิ่งออกกำลังกายเหงื่อออก หรือเจอฝนตกปรอย ๆ ก็ยังไหว
- แบตเตอรี่: ใช้งานต่อเนื่องได้ 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และถ้าใช้คู่กับเคสชาร์จก็จะรวมเป็น 38 ชั่วโมงเลยครับ ถือว่าอึดพอตัว
- การเชื่อมต่อ:
- รองรับ HyperOS ของ Xiaomi สำหรับการแชร์เสียง
- สำหรับผู้ใช้ iOS ก็สบายใจได้ เพราะรองรับเครือข่าย Find My ของ Apple ด้วย ช่วยให้หาหูฟังได้ง่ายขึ้นถ้าทำหาย
- ฟีเจอร์ AI: แน่นอนว่ายุคนี้อะไร ๆ ก็ต้องมี AI ครับ Xiaomi ก็เลยใส่ฟีเจอร์ AI มาให้ผ่าน XiaoAI Assistant ของตัวเอง เช่น:
- แปลภาษาแบบเรียลไทม์: รองรับถึง 21 ภาษา
- ถอดเสียงพูดเป็นข้อความ: Live Transcription
- สรุปเนื้อหาอัตโนมัติ: AI-generated Summaries
หูฟัง Clip-On Xiaomi เหมาะกับใคร?
ส่วนตัวผมมองว่า หูฟัง Clip-On Xiaomi รุ่นนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังมองหาหูฟังที่ใส่สบาย ไม่ต้องยัดเข้ารูหู และยังอยากได้ยินเสียงรอบข้างอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตอนทำงาน เดินทาง หรือออกกำลังกาย การที่เขามีฟีเจอร์ AI อย่างการแปลภาษาหรือถอดเสียงมาให้ด้วย ก็ถือเป็นลูกเล่นที่เพิ่มมูลค่าให้กับหูฟังตัวนี้ได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้มือถือ Xiaomi อยู่แล้ว ก็น่าจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพกับ HyperOS แต่ถึงแม้จะเป็นผู้ใช้ iOS เขาก็ยังคิดมาให้แล้วด้วยการรองรับ Find My ครับ ถือว่า Xiaomi พยายามตีโจทย์หูฟัง Open-ear ได้ค่อนข้างดีทีเดียว
ที่มา: gizmochina.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แอป EQSweep ช่วยจูนเสียงหูฟังบน Android ให้ตรงใจผ่านการไล่คลื่นความถี่
- หลุดสเปกกล้อง Galaxy A38 คาดใช้ชุดเดิมความละเอียด 50 ล้านพิกเซล
- YouTube Music เพิ่มป้ายกำกับเพลงที่สร้างด้วย AI ใต้ชื่อเพลงแล้ว
- Poco X8s ผ่านการรับรอง กสทช. ในไทยแล้ว ลุ้นเปิดตัวเร็วๆ นี้
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]