Skip to content

Xiaomi Watch 5 เปิดตัวทั่วโลก: สเปกจัดเต็ม! ชน Galaxy Watch 8 และ Apple Watch 11 ได้สบาย ๆ ไหม?

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้

บทความนี้เผยแพร่เมื่อ 28 เม.ย. 2569 ข้อมูลบางส่วนอาจเปลี่ยนไปแล้ว

How Does Xiaomi Watch 5 Compete Against the Best Smartwatches?

จริง ๆ แล้ว วงการสมาร์ทวอทช์นี่คึกคักตลอดนะ มีอะไรใหม่ ๆ มาให้เราเลือกใช้ไม่หยุดหย่อน ล่าสุด Xiaomi ก็เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า Xiaomi Watch 5 เข้าสู่ตลาดทั่วโลกแล้ว และแน่นอนว่ามาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับท็อปในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่ามันน่าจะเข้ามาเป็นคู่แข่งคนสำคัญของเจ้าตลาดอย่าง Galaxy Watch 8 หรือ Apple Watch Series 11 ได้เลยทีเดียว วันนี้เราเลยจะมาดูกันว่าเจ้า Xiaomi Watch 5 เนี่ย มันมีดีอะไร และจะไปสู้กับคู่แข่งตัวฉกาจได้แค่ไหน!

Xiaomi Watch 5: สเปกเด่นที่ต้องรู้!

มาเริ่มกันที่ตัวเอกของเราก่อนเลย Xiaomi Watch 5 นี่ถือว่าจัดเต็มมาให้พอสมควรเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องระบบปฏิบัติการและการจัดการพลังงาน

  • ระบบปฏิบัติการ: เขาใช้ Wear OS 6 เลยนะ ซึ่งหมายความว่าเราเข้าถึงแอปพลิเคชันของ Google ได้แบบเต็ม ๆ ทั้ง Calendar, Maps, หรือแม้แต่ Wallet ที่สำคัญคือมี Google Gemini มาช่วยเรื่องคำสั่งเสียง ทั้งนำทางและจัดการงานต่าง ๆ บนข้อมือเราได้เลย
  • ชิปเซ็ต: ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Dual-chip คือมี Snapdragon W5 Gen 1 คู่กับชิป BES2800 ที่เน้นประหยัดพลังงาน นี่แหละที่ทำให้มันจัดการพลังงานได้ดีมาก
  • แบตเตอรี่: จากการใช้งานปกติเนี่ย อยู่ได้ถึง 6 วันเลยนะ! แต่ถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงาน ก็ลากยาวไปได้ถึง 18 วัน! อันนี้บอกเลยว่าชนะคู่แข่งหลายเจ้าขาดลอย
  • การควบคุม: มีระบบ Gesture controls หรือควบคุมด้วยท่าทางด้วยนะ แค่หนีบ บิดข้อมือ หรือสะบัด ก็สั่งงานแบบแฮนด์ฟรีได้แล้ว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริง ๆ
  • ดีไซน์: ตัวเรือนทำจาก Stainless steel กรอบเป็น Sapphire crystal ดูพรีเมียมและทนทานมาก
  • ฟีเจอร์สุขภาพ/กีฬา: จัดมาให้ 150 โหมดกีฬา พร้อมระบบติดตาม GNSS ขั้นสูง และการตรวจสุขภาพแบบ One-tap health checks ครอบคลุมการใช้งานสำหรับสายสุขภาพและนักกีฬาเลย
  • ราคาเริ่มต้น: อยู่ที่ €299.99 (ประมาณ 12,000 กว่าบาท) ซึ่งถ้าเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ถือว่าราคาเข้าถึงได้ง่ายและคุ้มค่ามาก

แล้ว Xiaomi Watch 5 จะสู้คู่แข่งตัวท็อปได้ไหม?

จริง ๆ แล้ว Xiaomi Watch 5 ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ สำหรับคนใช้ Android ที่มองหาสมาร์ทวอทช์ที่คุ้มค่าและแบตอึด แต่ก็ไม่ใช่สำหรับทุกคนหรอกนะ เพราะคู่แข่งแต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน

  • สำหรับสาวก Apple (Apple Watch Series 11): ถ้าคุณใช้ iPhone อยู่แล้ว Apple Watch Series 11 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้จริง ๆ เพราะมันเชื่อมต่อกับ iOS ได้อย่างราบรื่น และมีฟีเจอร์สุขภาพเฉพาะทาง เช่น การแจ้งเตือนภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension Notifications) หรือการติดตามคุณภาพการนอนแบบละเอียด ซึ่ง Wear OS ยังไม่มีให้ แบตเตอรี่อาจจะอยู่ได้แค่ 24 ชั่วโมง แต่สำหรับชาว Apple ก็มักจะยอมรับตรงจุดนี้ได้อยู่แล้ว
  • สาย Android ที่เน้นสุขภาพล้ำ ๆ (Samsung Galaxy Watch 8): Samsung Galaxy Watch 8 มาพร้อมดีไซน์ที่บางลง และฟีเจอร์สุขภาพที่ล้ำหน้าอย่างการตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea Detection) การวัดโหลดหลอดเลือด (Vascular Load Monitoring) และโค้ชวิ่งส่วนตัวแบบ AI ใช้ชิป 3nm ที่มีประสิทธิภาพสูง แม้แบตเตอรี่จะอยู่ได้แค่สองวัน แต่ฟีเจอร์ AI ด้านสุขภาพนี่แหละที่ทำให้ราคาสูงขึ้นหน่อยก็ยังคุ้มสำหรับบางคน
  • นักกีฬา Extreme หรือสายลุย (Huawei Watch Fit 5 Pro): ถ้าคุณเป็นนักกีฬาตัวยงที่เน้นการเทรนนิ่งแบบเฉพาะทาง Huawei Watch Fit 5 Pro อาจจะตอบโจทย์กว่ามาก ด้วยฟีเจอร์นำทางในเส้นทางวิ่ง (Trail Navigation) การจดจำรูปแบบการปั่นจักรยาน และแผนที่สนามกอล์ฟละเอียด นอกจากนี้ยังมีการตรวจสุขภาพเชิงลึก เช่น การตรวจจับความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และการแจ้งเตือนความเสี่ยงระดับน้ำตาลในเลือด จุดเด่นคือแบตเตอรี่อยู่ได้นานถึง 10 วัน จอ AMOLED ก็สว่างมากถึง 3,000 nits เหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง เพียงแต่ไม่ได้รองรับ Wear OS เท่านั้นเอง
  • เน้นดีไซน์พรีเมียม วัสดุเบา (Oppo Watch X3 และ OnePlus Watch 4): ถ้าคุณชอบความเบาและทนทานของวัสดุไทเทเนียม ซึ่งน้ำหนักเบากว่า Stainless Steel ถึง 13.4% และอยากได้ความรู้สึกแบบพรีเมียม Oppo Watch X3 หรือ OnePlus Watch 4 ก็น่าสนใจมาก ทั้งสองรุ่นนี้ใช้ชิป Snapdragon W5 และ BES2800 เหมือนกัน แบตเตอรี่อยู่ได้ราว 5-6 วัน และรองรับ Wear OS 6 เหมือนกันเป๊ะ ๆ เลย

มุมมองจากเรา: สรุปแล้ว Xiaomi Watch 5 น่าสอยแค่ไหน?

โดยรวมแล้ว เรามองว่า Xiaomi Watch 5 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่คุ้มค่ามาก ๆ สำหรับปีนี้ โดยเฉพาะใครที่เป็นผู้ใช้ Android และให้น้ำหนักกับเรื่องแบตเตอรี่ที่อึดทน กับฟีเจอร์ที่จัดเต็มในราคาที่ไม่แพงมาก มันตอบโจทย์การใช้งานประจำวันได้ดีเยี่ยม แถมได้ฟีเจอร์ระดับเรือธงอย่างกระจก Sapphire Glass, Dual-band GPS และ Google Gemini มาด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเป็นสาวก iPhone ก็ต้องยอมรับว่า Apple Watch ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับระบบนิเวศของ Apple แต่สำหรับสาย Android ที่อยากได้สมาร์ทวอทช์แบตอึด ฟีเจอร์ครบ และราคาจับต้องได้ Xiaomi Watch 5 ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยจริง ๆ ครับ

ที่มา: gizmochina.com