Skip to content

Ahrefs เผยวิธีสร้าง ระบบ AI สร้างคอนเทนต์ คุณภาพสูงให้บล็อก พร้อมลดเวลาเหลือเพียงไม่กี่นาที

How I Do Content Engineering with Claude Code

ช่วงนี้กระแส AI มาแรงมาก ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการสร้างคอนเทนต์ ล่าสุด Ryan Law, Director of Content Marketing จาก Ahrefs ผู้มีประสบการณ์ในวงการกว่า 13 ปี ได้ออกมาเปิดเผยเคล็ดลับที่ทีมของเขาใช้ในการสร้าง ระบบ AI สร้างคอนเทนต์ คุณภาพสูงสำหรับบล็อก Ahrefs ซึ่งจากเดิมใช้เวลาหลายวัน ตอนนี้กลับเหลือแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง ฟังดูเหลือเชื่อใช่ไหมครับ?

การเปลี่ยนผ่านจากใช้ AI “ช่วย” สู่การ “สร้าง” คอนเทนต์เกือบสำเร็จรูป

จริง ๆ แล้ว Ryan Law เริ่มใช้ AI ในการช่วยทำคอนเทนต์มาตั้งแต่ปี 2020 แต่ตอนนั้นมันก็เป็นแค่ตัวช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น จนมาถึงเดือนสิงหาคม 2025 (ตามข้อมูลในบทความ) เขาก็ได้แชร์กระบวนการที่ใช้ ChatGPT มาเร่งงานบางประเภท แต่ก็ยังต้องมีคนเข้าไปจัดการเยอะอยู่ดี

แต่พอมาวันนี้ ผ่านไปแค่ 8 เดือน Ryan ก็มาพร้อมกับกระบวนการใหม่ที่น่าทึ่งกว่าเดิม เขาใช้ Claude Code ร่วมกับ “Skill Files” จำนวน 23 ไฟล์ที่เขาเขียนขึ้นมาเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกนำมา “ต่อกันเป็นทอด ๆ” ทำให้สามารถสร้างบทความฉบับร่างที่พร้อมเผยแพร่ได้ภายในเวลาแค่ 6-12 นาที! ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าจากระบบใหม่นี้ ทาง Ahrefs สามารถตีพิมพ์บทความใหม่ได้แล้วประมาณ 15 ชิ้น และอัปเดตบทความเก่าไปแล้วกว่า 30 ชิ้น

สำคัญที่ประสบการณ์และแนวคิด: ข้อควรคำนึงก่อนใช้ AI สร้างคอนเทนต์

หลายคนอาจคิดว่า แค่มี AI ก็ทำคอนเทนต์ดี ๆ ออกมาได้แล้ว แต่ Ryan Law ย้ำชัดว่า AI ไม่ได้สร้างคอนเทนต์ดีได้ด้วยตัวเองทั้งหมดหรอกนะ ระบบที่ Ahrefs สร้างขึ้นมาได้ผลดีเยี่ยมก็เพราะมันจำลองกระบวนการทำงานของบรรณาธิการที่เป็นมนุษย์ ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มานานหลายสิบปีเลยทีเดียว เหมือนที่ใครบางคนคอมเมนต์ใน LinkedIn ว่า “Skill files ของ Ryan นั้นดี ก็เพราะ Ryan รู้ว่าต้องใส่อะไรลงไป คนส่วนใหญ่ที่ใช้เครื่องมือ AI ตั้งต้นแบบ ‘กระดาษเปล่า’ ไม่มีประสบการณ์บรรณาธิการ 13 ปีให้ใช้เป็นฐาน” นี่คือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลย

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดที่ควรจำไว้เสมอ:

  • ประสบการณ์สำคัญกว่าเครื่องมือ: ตัว AI เองไม่ได้ดีโดยอัตโนมัติ มันต้องอาศัยชุดข้อมูลและกระบวนการที่สร้างจากความเชี่ยวชาญของมนุษย์เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมามีคุณภาพ
  • การเลือกหัวข้อ: กระบวนการนี้เหมาะสำหรับคอนเทนต์ประเภทให้ข้อมูล (Informational SEO content) ที่ผู้สร้างมีความเข้าใจในหัวข้อนั้น ๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้อง แก้ไขข้อมูลที่ผิด และมั่นใจในคุณภาพก่อนเผยแพร่
  • อ้างอิงจากข้อมูลที่มีคุณภาพ: Ahrefs เน้นใช้ AI ในหัวข้อที่เคยทำมาแล้ว เพื่อใช้บทความคุณภาพสูงที่มีอยู่เป็นแหล่งอ้างอิง
  • ไม่ใช่เครื่องมือเร่งปริมาณ: แม้จะสามารถสร้างคอนเทนต์ได้มากมาย แต่ Ahrefs ไม่ได้มีแผนจะ “สเกลคอนเทนต์” ให้เป็นหมื่นเป็นแสนชิ้น เป้าหมายคือการรักษาคลังคอนเทนต์ที่เป็น Evergreen ให้มีคุณภาพอยู่เสมอ และลดงานที่ซ้ำซากจำเจ เพื่อให้คนสามารถไปโฟกัสงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น

เจาะลึก 7 ขั้นตอนเด็ด สร้าง ระบบ AI สร้างคอนเทนต์ ให้ทำงานได้จริง

Ryan Law ได้สรุปกระบวนการทำงานหลัก ๆ ที่ทำให้ AI สามารถสร้างคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพไว้ 7 ข้อด้วยกัน ซึ่งแต่ละข้อก็เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างออกไป:

  • เลียนแบบกระบวนการทำงานของคน: แกนหลักของระบบนี้คือ Skill Files กว่า 23 ไฟล์ที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับแต่ละขั้นตอนการทำงานของบรรณาธิการ ตั้งแต่การวิจัย Keyword, วิเคราะห์ Content Gap, ไปจนถึงการวางโครงสร้างบทความ Skill Files เหล่านี้มีการเขียนคำอธิบาย วิธีการทำงาน ตัวอย่าง และรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ ซึ่งหลายส่วนถูกปรับจากเอกสารกระบวนการทำงานของมนุษย์จริง ๆ มาใช้
  • บันทึกทุกขั้นตอนเพื่อตรวจสอบและแก้ไข: ข้อดีของการทำแบบนี้คือ ถ้าผลลัพธ์สุดท้ายออกมาไม่ดี เราสามารถย้อนกลับไปดูได้ว่าผิดพลาดที่ขั้นตอนไหน และแก้ไขเฉพาะจุดนั้นได้เลย ไม่ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น
  • สร้าง Test Cases เพื่อการพัฒนา: Ahrefs ใช้ Anthropic’s skill-creator skill ในการทดสอบและปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ โดยให้ AI สร้างโครงร่างบทความและงานวิจัยทั้งแบบที่มีและไม่มีการใช้ Skill Files เพื่อให้ AI ตรวจสอบและแนะนำวิธีปรับปรุง Skill File ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการมากที่สุด
  • ป้อนข้อมูลคุณภาพสูงจากแหล่งที่เชื่อถือได้: หัวใจสำคัญคือ Claude สามารถเข้าถึง Ahrefs MCP (Marketing Content Platform) ได้โดยตรง ทำให้ได้ข้อมูล Keyword Metrics, Parent Topic, Long-tail Keywords, คำถามที่พบบ่อย และ SERP Overview โดยไม่ต้อง “จินตนาการ” ข้อมูลขึ้นมาเอง นอกจากนี้ Skill Files ยังสั่งให้ AI ใช้ข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ข้อมูลคู่แข่ง, งานวิจัยเชิงลึก, และข้อมูลผลิตภัณฑ์ Ahrefs เพื่อให้คอนเทนต์มีข้อมูลแน่น ไม่ใช่แค่เขียนเก่งแต่ไร้เนื้อหา
  • ใส่ทิศทางจากคนตั้งแต่ต้น: Ryan เชื่อว่าการให้ทิศทางจากผู้เชี่ยวชาญเพียงเล็กน้อยตั้งแต่เริ่มแรก มีประสิทธิภาพมากกว่าการมานั่งแก้ไขเยอะ ๆ ตอนท้าย ระบบนี้จึงมี “Context Parameter” ที่ให้ผู้ใช้ใส่คำแนะนำหรือมุมมองกว้าง ๆ เข้าไป เพื่อให้ AI สร้างคอนเทนต์ได้ตรงตามต้องการ เช่น “ให้เน้นมุมมองที่ว่า ‘ขโมยคอนเทนต์ที่ดีที่สุดของคู่แข่งมา’ และใส่เครื่องมือ Keywords Explorer’s Content Gap เข้าไปเยอะ ๆ”
  • สร้าง Interactive Previews สำหรับตรวจสอบ: เพื่อให้ Ryan สามารถอ่านและตรวจสอบบทความที่สร้างโดย AI ได้สะดวกขึ้น เขาใช้ Skill ที่เปลี่ยนบทความ Markdown ให้กลายเป็นหน้าเว็บแบบ Ahrefs-style HTML ที่เปิดใน Chrome ได้ทันที ซึ่งช่วยให้การตรวจสอบง่ายขึ้น และกำลังทดลองระบบที่ให้เขาตอบรับหรือปฏิเสธการอัปเดต หรือใส่คอมเมนต์ให้ AI ไปปรับปรุงต่อได้ด้วย
  • ปรับแต่งและแยกย่อย (Fork and Personalize): ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมาะกับสไตล์การทำงานของ Ryan แต่เขาก็สนับสนุนให้ทีมงานคนอื่น ๆ สามารถ “Fork” หรือนำระบบนี้ไปปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์การเขียน แหล่งข้อมูลที่ใช้ และเวิร์กโฟลว์ของแต่ละคนได้ เป้าหมายคือให้ทุกคนมี “ผู้ช่วย AI ส่วนตัว” ที่ทำงานตามความถนัดของแต่ละบุคคล

มุมมองจากบรรณาธิการ: AI ไม่ได้มาแทนที่ แต่มาเสริมศักยภาพ

จากที่ Ryan Law เล่ามาทั้งหมด เรามองว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ AI มาเร่งความเร็วในการผลิตคอนเทนต์ แต่เป็นการใช้ AI มาช่วย “ลดงานหยุมหยิม” ที่ใช้เวลามาก แต่คุณค่าของการใช้ความคิดสร้างสรรค์น้อย เพื่อให้คนในทีมสามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับงานที่สำคัญกว่า เช่น การวิจัยเชิงลึก การสร้างคอนเทนต์แนว Thought Leadership การจัด Webinar หรือการพัฒนาส่วนอื่น ๆ ที่ต้องใช้สมองของมนุษย์จริง ๆ สำหรับแฟน ๆ Ahrefs หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ เพราะคุณภาพของบทความไม่ได้ลดลงเลย ตรงกันข้าม ในบางมิติ เช่น การวิจัย กลับดีขึ้นด้วยซ้ำไป ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากสำหรับธุรกิจและนักการตลาดทุกคน ที่ต้องการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไม่ทิ้งเรื่องคุณภาพและความเป็นมนุษย์ไป การปรับแต่งระบบให้เข้ากับบริบทและความเชี่ยวชาญของแต่ละคน เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ AI กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สร้างคอนเทนต์แบบหว่านแหไร้คุณภาพ.

ที่มา: ahrefs.com