วงการเกมกำลังพูดถึงเทคโนโลยีใหม่จาก Nvidia อย่าง DLSS 5 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยเป้าหมายที่จะยกระดับกราฟิกเกมให้สมจริงระดับภาพถ่าย แต่เอาเข้าจริงแล้วกลับพบว่ามันไปเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวละครในเกมหลายเกมแบบที่แฟน ๆ ไม่ค่อยปลื้มกันเท่าไหร่ และที่กลายเป็นประเด็นร้อนคือกรณีของ DLSS 5 Resident Evil ที่ปรากฏภาพตัวละคร Grace จากเกม Resident Evil Requiem ซึ่งหน้าตาเปลี่ยนไปจนคนแซวกันว่าเป็น “AI slop” หรือภาพที่ AI สร้างแบบลวก ๆ ไม่สวยงามนั่นเอง
DLSS 5 เทคโนโลยีที่มาพร้อมเสียงวิจารณ์และการตอบรับจากผู้สร้าง
จริง ๆ แล้วเทคโนโลยี DLSS ของ Nvidia มีจุดประสงค์หลักคือช่วยให้เกมรันได้เฟรมเรตสูงขึ้นและภาพสวยขึ้นโดยใช้ AI เข้ามาช่วย แต่สำหรับ DLSS 5 ที่ถูกนำเสนอออกมานั้น หลายคนอาจคิดว่ามันจะพัฒนาจากเดิมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ภาพตัวละครในเกมมีลักษณะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิมมากพอสมควรเลยครับ
กรณีของ Grace ตัวละครหน้าใหม่จาก Resident Evil Requiem คือตัวอย่างที่ชัดเจน เธอถูกเลือกมาเป็นตัวแทนในการนำเสนอเทคโนโลยีนี้ แต่กลายเป็นว่าภาพ Grace ในเวอร์ชัน DLSS 5 กลับไม่ถูกใจแฟนเกมเอาซะเลย เสียงวิจารณ์ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีมสนุก ๆ ที่ล้อเลียนการเปลี่ยนแปลงของเธอไปทั่วอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ Masato Kumazawa โปรดิวเซอร์ของ Resident Evil Requiem กลับมองเรื่องนี้ในแง่บวกนะครับ เขาให้สัมภาษณ์กับ Eurogamer ว่า “การที่ผู้เล่นจำนวนมากบอกว่าชอบดีไซน์ดั้งเดิมของ Grace และไม่อยากให้มันเปลี่ยนไป ถือเป็นเรื่องดีครับ นั่นหมายความว่าเราออกแบบตัวละครได้ถูกต้อง และยังเป็นเครื่องยืนยันว่า Grace กลายเป็นขวัญใจแฟน ๆ อย่างรวดเร็ว พวกเขามีความคิดเห็นที่หนักแน่นเกี่ยวกับดีไซน์ของเธอ”
เราต้องไม่ลืมว่า Grace เป็นตัวละครใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว แถมยังมาคู่กับ Leon S. Kennedy ตัวละครขวัญใจตลอดกาลของแฟน ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอมีโอกาสที่จะถูกบดบังได้ง่าย ๆ เลยนะ แต่กลับกัน แฟน ๆ กลับชื่นชอบ Grace อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฉากสยองขวัญที่เน้นความวิตกกังวลของเธอ ซึ่งตัดกันได้ดีกับฉากแอ็กชันสุดมันส์ของ Leon ทำให้เธอมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ
วงในเองก็เซอร์ไพรส์: จุดยืน Anti-AI และเสียงสะท้อนจากนักพัฒนา
ประเด็นที่ซับซ้อนไปกว่านั้นคือ คุณ Kumazawa ไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่าทีมงานของเขาเข้ามามีส่วนร่วมกับการเปิดตัว DLSS 5 มากน้อยแค่ไหน หรือมีส่วนร่วมเลยหรือเปล่า ข่าวลือก่อนหน้านี้ก็บอกเป็นนัยว่าทีมพัฒนาของ Capcom เองก็ประหลาดใจไม่ต่างจากผู้ชมทางบ้านที่เห็นเกมของพวกเขาไปปรากฏอยู่ในวิดีโอเปิดตัว DLSS 5 แถมทาง Capcom เองก็เคยประกาศจุดยืน “Anti-AI” สำหรับโปรเจกต์เกมใหม่ ๆ ของพวกเขาด้วย
ไม่ใช่แค่ Capcom เท่านั้น แม้แต่พนักงานของ Ubisoft บางคนก็ยังประหลาดใจที่รู้ว่าเกมในอนาคตของพวกเขาจะรองรับเทคโนโลยีของ Nvidia นี้ โดยมีพนักงานคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “พวกเราเพิ่งรู้พร้อม ๆ กับคนทั่วไปนี่แหละ” นี่สะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารเรื่องเทคโนโลยีนี้ระหว่างบริษัทและทีมพัฒนานั้นอาจยังไม่ราบรื่นนัก
และสำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ก็ได้ออกมาตอบโต้หลังจากเปิดตัว DLSS 5 ว่าคนที่วิจารณ์นั้น “คิดผิดโดยสิ้นเชิง” พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคของกราฟิกเทคโนโลยีนี้ ซึ่งเขาเชื่อว่าผู้คนเข้าใจผิดไปเอง โดยไม่ได้พูดถึงประเด็นหลักที่ผู้เล่นกังวลเลยว่าไม่อยากเห็น Grace, Leon และตัวละครอื่น ๆ ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “AI slop” อย่างที่พวกเขากล่าวหา
มองไปข้างหน้ากับอนาคตของ DLSS 5 Resident Evil และเกมอื่น ๆ
จากทั้งหมดที่เกิดขึ้น เรามองว่าประเด็นของ DLSS 5 Resident Evil และเทคโนโลยี DLSS 5 นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการนำ AI เข้ามาใช้ในวงการเกมอย่างแท้จริงครับ แม้เทคโนโลยีจะมีศักยภาพในการปรับปรุงกราฟิก แต่การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวละครที่แฟน ๆ รักก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก การตอบรับจากผู้เล่นและแม้แต่ความประหลาดใจจากทีมพัฒนาเองก็เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผู้สร้างเกม ว่าต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคอมมูนิตี้และจุดยืนของแบรนด์ด้วย เราคิดว่าอนาคตของ AI ในเกมยังคงต้องอาศัยความเข้าใจและการปรับตัวจากทุกฝ่าย เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถพัฒนาไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ผู้เล่นได้อย่างแท้จริงครับ
ที่มา: polygon.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- รวม 10 ไอเดียเล่น The Sims 4 สตอรี่สนุก หายเบื่อ แนวใหม่ถูกใจซิมเมอร์!
- คำพูดเดียวใน House of the Dragon ที่อาจเปลี่ยนมุมมองคำทำนายใน Game of Thrones
- D&D เดินหน้าจักรวาลคู่ขนานกับ World of Warcraft ถอดบทเรียน MTG
- หนัง The Impossible ผลงานดราม่าภัยพิบัติ ทอม ฮอลแลนด์ กำลังจะจากสตรีมมิ่งฟรีแล้ว
ปัณณพัทธ์ โกษาแสง (Pannaphat Kosasaeng) | @krapalm นามปากกา “krapalm หนังสือซื้อแล้วอ่านด้วย”
ผู้ก่อตั้งและเจ้าของเว็บไซต์ digitalmore.co ผู้มีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการเขียนคอนเทนต์ (Content Creator) และการพัฒนาบล็อกมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007) โดยเริ่มต้นจากความหลงใหลในการค้นคว้าข่าวสารด้านไอทีตั้งแต่สมัยศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 ทำให้มีวิสัยทัศน์และเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ก่อนใคร
ปัจจุบันประกอบอาชีพหลักในสายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Programmer) ควบคู่ไปกับการเป็นนักอ่านตัวยงที่สะสมองค์ความรู้ผ่านการอ่านหนังสือมากกว่า 200 เล่มต่อปี มีความเชี่ยวชาญและวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมในหลากหลายแขนง ทั้งด้านเทคโนโลยี, ข่าวสารสมาร์ทโฟน, การตลาดดิจิทัล (SEO), การลงทุน, สุขภาพ, จิตวิทยา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และบันเทิง
ติดต่อประสานงานและลงโฆษณา: [email protected]